Nav view search

Navigation

Search

เนื้อหา

โรคเฮโมรายิกเซฟติซีเมีย

โรคเฮโมรายิกเซฟติซีเมีย
    
      โรคเฮโมรายิกเซฟติซีเมีย (Haemorrhaglc septicemia) หรือนิยมเรียกตามอาการว่า
โรคคอบวม  เป็นโรคระบาดรุนแรงของโค - กระบือ แต่โรคนี้จะมีความรุนแรงน้อยลงในสัตว์อื่นๆ เช่น แกะ สุกร ม้า อูฐ   กวางและช้าง เป็นต้น ลักษณะสำคัญของโรค คือ หายใจหอบลึกมีเสียงดังคอหรือหน้าบวมแข็ง อัตราการป่วยและอัตราการตายสูง

      (ที่มา :คู่มือการฝึกอบรมเกษตรกร (อพปม.)  กรมปศุสัตว์   กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ )

สาเหตุ
    
      เกิดจากเชื้อแบดที่เรีย ชื่อ พาสทูเรลลา มัลโตชิตา(Pasteurella multocida) พบในประเทศต่าง ๆ ของเอเชียและอาฟริกาเป็นส่วนมาก การระบาดของโรคจะเกิดขึ้นในสภาวะที่สัตว์
เกิดความเครียด เช่น ต้นหรือปลายฤดูฝน การเคลื่อนย้ายสัตว์หรือการใช้แรงงานสัตว์มากเกินไป
ในสภาวะความเครียดเช่นนี้ สัตว์ที่เป็นตัวเก็บเชื้อ(carrier) จะปล่อยเชื้อออกมาปนเปื้อนกับอาหารและน้ำ เมื่อสัตว์ตัวอื่นกินอาหารหรือน้ำที่มีเชื้อปนเปื้อนอยู่เข้าไป ก็จะป่วยเป็นโรคนี้และขับเชื้ออก
มากับสิ่งขับถ่ายต่างๆ เช่น น้ำมูก น้ำลาย อุจจาระ ทำให้โรคแพร่ระบาดต่อไป เชื้อ Pasteurella multocida นี้ปนเปื้อนอยู่ในแปลงหญ้าจะมีชีวิตอยู่ได้ประมาณ 24 ชั่วโมง แต่ถ้าอยู่ในดินที่ชื้น
แฉะอาจมีชีวิตอยู่ได้นานถึง 1 เดือน
อาการ
      สัตว์ที่เป็นโรคแบบเฉียบพลันจะมีอาการซึมไข้สูง 104 -107 องศาฟาเรนไฮน์ น้ำลายไหลและตายภายใน เวลาอันรวดเร็วไม่เกิน 24 ชั่วโมง แต่ถ้าเป็นแบบเรื้อรังจะสังเกตเห็นอาการทางระบบหายใจ คือ อ้าปากหายใจ หายใจหอบลึก ยืดคอไปข้างหน้า หายใจมีเสียงดัง ลิ้นบวมจุกปาก หน้า คอ หรือบริเวณหน้าอกจะบวมแข็งร้อน ต่อมาจะมีอาการเสียดท้อง ท้องอืด อุจจาระมีมูกเลือดปน สัตว์จะตายภายใน 2 - 3 วัน เมื่อเปิดผ่าซากสัตว์ จะพบสารลักษณะคล้ายวุ้นแทรกอยู่ระหว่างผิวหนัง และกล้ามเนื้อตรงบริเวณที่บวม มีจุดเลือดออกที่ต่อมน้ำเหลืองและหัวใจ ปวดจะมีเลือดคั่ง หรือถ้าเป็นเรื้อรังจะพบเยื้อหุ้มปวดหนาตัวขึ้น เนื้อปวดแข็ง ภายในหลอดลมมีของเหลวปนฟองอากาศ(frothy  exudate) ตับคั่งเลือดบวมขยายใหญ่ ลำไส้อักเสบ ต่อมน้ำเหลืองบวมน้ำขยายใหญ่
การควบคุมและการป้องกัน
  1. เมื่อมีสัตว์ป่วยหรือตายที่สงสัยว่าจะเป็นโรคระบาดนี้ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่สัตวแพทย์ในท้องที่โดยเร็ว
  2. สัตว์ที่ตายไม่ควรนำไปบริโภค ควรฝัง หรือเผาป้องกันการแพร่ระบาดของโรค
  3. ควรแยกสัตว์ป่วยออกจากฝูงทันที และรีบตามเจ้าหน้าที่มาทำการรักษา
  4. หลีกเลี่ยงสภาวะที่ทำให้สัตว์เกิดความเครียด ด้วยการจัดการและสุขาภิบาลที่ดี
  5. ทำวัคซีนป้องกันโรคให้โค - กระบือ  อายุตั้งแต่ 4 เดือนขึ้นไป โดยใช้วัคซีนเชื้อตาย ชนิดสื่อน้ำมัน  วัคซีนนี้สามารถคุ้มโรคได้นาน  1 ปี
การรักษา
    
     การรักษาจะได้ผลดีเมื่อทำการรักษาขณะสัตว์เริ่มแสดงอาการป่วย โดยให้ยาปฏิชีวนะหรือยาซัลฟาต่างๆ เช่น  อ๊อกซี่เตตาไซคลิน  เทอราไมซิน เพนนิซิลิน ซัลฟาไดมิดิน เป็นต้น